การศึกษาคุณภาพน้ำเฉพาะทาง

การศึกษาคุณภาพน้ำเฉพาะทาง

ปริมาณความเข้มข้นของคลอโรฟิลล์ เอ

    คลอโรฟิลล์ เอ เป็นรงควัตถุสีเขียวที่ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงโดยพบในแพลงก์ตอนพืช พรรณไม้และสาหร่ายในน้ำ โดยปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ สามารถเป็นดัชนีชี้วัดกำลังผลิตขั้นต้นและปริมาณของแพลงก์ตอนพืชในแหล่งน้ำได้

 

    การจำแนกประเภทของแหล่งน้ำตามระดับคลอโรฟิลล์ เอ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามการจัดจำแนกของ Niles et al. (1996) ได้แก่ 1) Oligotrophic waters หมายถึง แหล่งน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์น้อย พบปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ น้อยกว่า 4.7 ไมโครกรัมต่อลิตร 2) Mesotrophic waters หมายถึง แหล่งน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง พบปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ มีค่าอยู่ระหว่าง 4.7 – 14.3 ไมโครกรัมต่อลิตรและ 3) Eutrophic waters หมายถึง แหล่งน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก พบปริมาณคลอโรฟิลล์ก เอ มากกว่า 14.3 ไมโครกรัมต่อลิตร

 

    การวิเคราะห์ปริมาณของคลอโรฟิลล์ เอ ในพื้นที่ศึกษาหนองหาร เดือนมิถุนายน เดือนตุลาคม 2559 เดือนกุมภาพันธ์ 2560 และเดือนมิถุนายน 2560 ได้ผลการศึกษาดังภาพด้านล่าง
ปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ ในน้ำ พื้นที่ศึกษาหนองหาร ในเดือนมิถุนายน 2559 เดือนตุลาคม 2559 เดือนกุมภาพันธ์ 2560 และเดือนมิถุนายน 2560
    ปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ ในน้ำ ในพื้นที่ศึกษาทั้งหมด อยู่ในช่วง 4.60 – 36.58 ไมโครกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 12.38 ไมโครกรัมต่อลิตร ในเดือนมิถุนายน 2559, อยู่ในช่วง 2.00 – 13.35 ไมโครกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 7.15 ไมโครกรัมต่อลิตร ในเดือนตุลาคม 2559, อยู่ในช่วง 0.95 – 7.19 ไมโครกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 2.67 ไมโครกรัมต่อลิตร ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และอยู่ในช่วง 1.34 – 26.70 ไมโครกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 7.63 ไมโครกรัมต่อลิตร ในเดือนมิถุนายน 2560 ตามลำดับ ซึ่งเห็นได้ว่าในเดือนมิถุนายน 2559 มีปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ สูงที่สุด และเดือนกุมภาพันธ์ 2560 มีปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ ต่ำที่สุด

 

    ผลการศึกษาที่ได้สะท้อนถึงสถานภาพแหล่งน้ำในระดับ Mesotrophic level ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง อย่างไรก็ตามมีหลายสถานีที่ปริมาณคลอโรฟิลล์ เอ อยู่ในระดับ Eutrophic level แสดงให้เห็นว่าการมีพรรณไม้น้ำขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นส่งผลให้เกิดกำลังผลิตขั้นต้นในระดับสูงซึ่งเป็นจุดเริ่มในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศแหล่งน้ำได้เป็นอย่างดี ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกับความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืช ซึ่งเป็นแหล่งของคลอโรฟิลล์ เอ หลักในแหล่งน้ำอีกปัจจัยหนึ่งต่อไป

ปริมาณของแข็งแขวนลอยรวมในน้ำ (Total suspended solids)

    ของแข็งแขวนลอยซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กจะลอยกระจายอยู่ในน้ำ โดยอนุภาคเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้น้ำมีสีและขุ่น ซึ่งส่งผลต่อปริมาณแสงที่ส่องลงมาสู่มวลน้ำ และส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำโดยขัดขวางระบบแลกเปลี่ยนก๊าซหรือทำให้สัตว์เจริญเติบโตช้า แต่ความขุ่นสามารถช่วยในการหลบซ่อนศัตรูของสัตว์น้ำขนาดเล็กได้ ผลการวิเคราะห์ปริมาณของแข็งแขวนลอยรวมในน้ำดังภาพด้านล่าง
ปริมาณของแข็งแขวนลอยรวมในน้ำ พื้นที่ศึกษาหนองหาร ในเดือนมิถุนายน 2559 เดือนตุลาคม 2559 เดือนกุมภาพันธ์ 2560 และเดือนมิถุนายน  2560
    ปริมาณของแข็งแขวนลอยรวมในน้ำ ในพื้นที่ศึกษาทั้งหมด อยู่ในช่วง 0.14-46.80 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 1.49 มิลลิกรัมต่อลิตร ในเดือนมิถุนายน 2559, อยู่ในช่วง 0.38-27.69 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 3.14 มิลลิกรัมต่อลิตร ในเดือนตุลาคม 2559, อยู่ในช่วง 1.24-13.25 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 2.95 มิลลิกรัมต่อลิตร ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และอยู่ในช่วง 0.86-72.00 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 20.21 มิลลิกรัมต่อลิตร ในเดือนมิถุนายน 2560 ตามลำดับ ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าหนองหารเป็นแหล่งน้ำที่มีน้ำใสมาก โดยมีสารแขวนลอยอยู่ในน้ำปริมาณน้อยมากจึงทำให้ความขุ่นต่ำไปด้วย สอดคล้องกับค่าความโปร่งแสงของน้ำที่วัดโดยจานวัดค่าความโปร่งแสง ช่วงเดือนที่มีปริมาณของแข็งแขวนลอยรวมมากที่สุดและมีค่าสูงในหลายๆ สถานี ได้แก่เดือนมิถุนายน 2560 โดยมีความแตกต่างจากเดือนสำรวจอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2560 ถือว่าเข้าสู่ฤดูฝนเร็วกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 แรงจากลมฝนและน้ำที่หลากลงสู่หนองหารติดต่อกันทำให้พื้นที่ตื้นมีการฟุ้งกระจายของตะกอน
    เมื่อพิจารณาเชิงพื้นที่พบว่าโดยส่วนมากแล้วสถานีศึกษาจะมีระดับความโปร่งแสงที่แสงสามารถส่องถึงพื้นน้ำได้ อย่างไรก็ตาม พบว่าในบางสถานีมีปริมาณของแข็งแขวนลอยที่สูงอย่างชัดเจน เนื่องจากพื้นที่เหล่านั้นได้รับอิทธิพลจากการรบกวนพื้นท้องน้ำให้เกิดการฟุ้งกระจายของตะกอน เช่น สถานี NH1 และสถานี NH4 ในเดือนมิถุนายน 2559 ซึ่งมีการขุดลอกร่องน้ำในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ยังเกิดจากการมีตะกอนดินโคลนฟุ้งกระจายในบริเวณตื้นชายฝั่งเช่นในสถานี NH2 ในส่วนของสถานี NH11 ซึ่งเป็นทางน้ำไหลออกจากลำน้ำพุง ซึ่งมีน้ำหลากลงมาจากแผ่นดินได้ชะล้างตะกอนลงมาทำให้เกิดน้ำขุ่นขึ้นได้ตลอดทั้งปี
    ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้แหล่งน้ำหนองหารใสและมีความโปร่งแสงมากคือพรรณไม้น้ำปริมาณมากในพื้นที่ ซึ่งสามารถดักกรองตะกอนแขวนลอยได้อย่างชัดเจน โดยสังเกตได้จากลำต้นของพรรณไม้น้ำซึ่งมักมีตะกอนสีน้ำตาลซึ่งเป็นสารอินทรีย์เกาะอยู่ทั่วทั้งลำต้น อย่างไรก็ตามตะกอนเหล่านี้อาจทำให้ประสิทธิภาพในสังเคราะห์ด้วยแสงของพรรณไม้น้ำลดลงเพราะการจับตัวของตะกอนบนพืชน้ำจะบดบังแสงที่ส่องลงมาได้