การศึกษาคุณภาพน้ำทั่วไป

การศึกษาคุณภาพน้ำทั่วไป

    การศึกษาคุณภาพน้ำทั่วไป ซึ่งส่งผลต่อการใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ และการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ โดยใช้เครื่องวัดคุณภาพน้ำหลายตัวแปร (Multi-parameter probe) โดยตัวแปรคุณภาพน้ำที่ตรวจวัด ได้แก่ อุณหภูมิของน้ำ ค่าการนำไฟฟ้า ความเค็ม ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ และใช้จานวัดความโปร่งแสงของน้ำ (Secchi disk) เพื่อวัดค่าความโปร่งแสงที่บ่งบอกถึงความขุ่นใสของมวลน้ำได้ ผลการศึกษาคุณภาพน้ำทั่วไป ในเดือนมิถุนายน 2559 เดือนตุลาคม 2559 เดือนกุมภาพันธ์ 2560 และเดือนมิถุนายน 2560 ดังตารางที่ 1
การศึกษาคุณภาพน้ำทั่วไปโดยใช้เครื่องวัดคุณภาพน้ำหลายตัวแปร
    การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำมีผลต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ทั้งทางด้านการปรับตัวและกระบวนการทางชีวเคมีต่างๆ ภายในร่างกายของสัตว์หรือแม้แต่พืชด้วย หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าระดับที่สิ่งมีชีวิตปรับตัวได้ทันก็จะเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตได้ โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในแหล่งน้ำจะค่อยๆเปลี่ยนไม่เกิน 2-3 องศาเซลเซียส ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 จะมีอุณหภูมิของน้ำที่ต่ำกว่าเดือนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยมีความแตกต่างทางสถิติจากเดือนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูหนาวที่สภาพอากาศเย็น อุณหภูมิของน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่และตื้นมักได้รับอิทธิพลจากอุณหภูมิอากาศ ในขณะที่เดือนอื่นๆ นั้นจะมีอุณหภูมิที่ไม่แตกต่างกันมาก โดยปกติอยู่ในช่วง 29-31 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีบางบริเวณเท่านั้นที่ขณะลงพื้นที่สำรวจมีแดดจัดทำให้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นมากถึง 34 องศาเซลเซียส
    สภาพการนำไฟฟ้านั้นมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับความเข้มข้นของแร่ธาตุที่มีประจุอยู่ในมวลน้ำ โดยเฉพาะอนุภาคโซเดียมและแมกนีเซียมของเกลือจึงสามารถสะท้อนความเค็มของน้ำได้ ในพื้นที่หนองหารมีสภาพการนำไฟฟ้าอยู่ในช่วง 90.4 – 530.0 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตรในเดือนมิถุนายน 2559, มีค่าในช่วง 64.3 – 181.6 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตรในเดือนตุลาคม 2559, มีค่าในช่วง 94.3 – 231.0 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตรในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และมีค่าในช่วง 11.5 – 256.1 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตรในเดือนมิถุนายน 2560  ตามลำดับ  ซึ่งสภาพการนำไฟฟ้ามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับความเค็มของน้ำในแหล่งน้ำหนองหาร ซึ่งมีค่าระหว่าง 0.03 – 0.22 psu ในเดือนมิถุนายน 2559, มีค่า 0.03 – 0.08 psu ในเดือนตุลาคม 2559, มีค่า 0.04 – 0.11 psu ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และมีค่า 0.02 – 0.11 psu ในเดือนมิถุนายน 2560 ตามลำดับ  ซึ่งถือว่าเป็นระดับความเค็มของแหล่งน้ำจืดตามปกติที่จะมีค่าความเค็มไม่เกิน 0.5 psu
    ความเป็นกรดเป็นด่างหรือ pH เป็นค่าที่บ่งชี้ถึงสภาวะความเป็นกรดหรือด่างของมวลน้ำ ระดับ pH ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำหากมีค่ามากหรือน้อยเกินไป ระดับที่เหมาะสมต่อสัตว์น้ำจะอยู่ที่ 6.5 – 9.0 ผลการศึกษาพบว่าค่าความเป็นกรดเป็นด่างส่วนใหญ่มีสภาพเป็นด่างอ่อนๆ โดยอยู่ในช่วง 8.09 – 9.35 ในเดือนมิถุนายน 2559, อยู่ในช่วง 8.21 – 8.87 ในเดือนตุลาคม 2559, อยู่ในช่วง 8.77 – 9.70 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และอยู่ในช่วง 6.26 – 7.49 ในเดือนมิถุนายน 2560 ตามลำดับ ซึ่งผลการศึกษาในเดือนตุลาคม 2559 เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน (กรมควบคุมมลพิษ, 2537) แต่ในเดือนมิถุนายน 2559 พบว่ามีค่าเกินมาตรฐานถึง 6 สถานี และเดือนกุมภาพันธ์ 2560 พบว่ามีค่าเกินมาตรฐานถึง 9 สถานี และมีความผันแปรของความเป็นกรดเป็นด่างในรอบวันค่อนข้างสูง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเกิดจากค่าความเป็นด่าง (Alkalinity) ในน้ำมีค่าต่ำ โดยค่าความเป็นด่างถือเป็นตัวควบคุมความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำไม่ให้เปลี่ยนแปลงมากในรอบวันซึ่งหากค่าความเป็นกรดเป็นด่างผันแปรมากแล้วสิ่งมีชีวิตในน้ำจะต้องปรับตัวอย่างมากและยังส่งผลกระทบต่อปัจจัยคุณภาพน้ำอื่นๆ อีกด้วย ขณะที่เดือนมิถุนายน 2560 ผลการศึกษาพบว่าค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ในช่วง 6.26-7.49 ซึ่งโดยส่วนใหญ่มีค่าเป็นกรดเล็กน้อย ซึ่งข้อมูลต่างจากเดือนอื่นๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งค่าความเป็นกรดเป็นด่างที่ต่ำลงอาจเกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำมีปริมาณมากขึ้นทำให้เกิดกรดคาร์บอนิกในมวลน้ำมากกว่าในช่วงการศึกษาอื่น รวมทั้งการที่ฝนได้ชะล้างเอาดินที่มีความเป็นกรดลงสู่หนองหาร อย่างไรก็ตามถือว่ายังอยู่ในระดับที่สิ่งมีชีวิตยังคงอาศัยอยู่ได้
    ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ ในพื้นที่ศึกษาทั้งหมด อยู่ในช่วง 1.26-6.17 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 4.42 มิลลิกรัมต่อลิตร ในเดือนมิถุนายน 2559, อยู่ในช่วง 2.08-6.86 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 5.40 มิลลิกรัมต่อลิตร ในเดือนตุลาคม 2559, อยู่ในช่วง 4.50-10.77 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 7.83 มิลลิกรัมต่อลิตร ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และอยู่ในช่วง 0.93-6.46 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าเฉลี่ยมัธยฐาน 2.38 มิลลิกรัมต่อลิตร ในเดือนมิถุนายน 2560 ตามลำดับ โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ถือว่าเป็นช่วงที่มีปริมาณออกซิเจนในน้ำโดยเฉลี่ยมากที่สุด จากการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่ามีความแตกต่างจากเดือนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) เนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์อยู่ในช่วงแล้ง ระดับน้ำน้อยกว่าเดือนอื่นๆ ลมพัดและมีแสงแดดตลอดช่วงกลางวัน ทำให้ออกซิเจนสามารถแพร่จากอากาศลงสู่ผิวน้ำได้ดี จากภาพรวมของผลการศึกษาพบว่าแหล่งน้ำหนองหารในช่วงเวลาที่ศึกษานี้ จัดอยู่ในแหล่งน้ำประเภทที่ 3 (เกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน กรมควบคุมมลพิษ, 2537) แสดงถึง แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ 1) การอุปโภคและบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำทั่วไปก่อน (2) การเกษตร เท่านั้น
    เดือนมิถุนายน 2560 ถือว่าเป็นช่วงที่มีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำโดยเฉลี่ยต่ำมากที่สุด หลายสถานีศึกษามีออกซิเจนละลายอยู่ต่ำกว่า 1 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่อันตรายมากสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกประเภท สาเหตุที่ทำให้ปริมาณออกซิเจนลดลงอย่างมากอาจเกิดจากในช่วงเดือนมิถุนายน 2560 มีฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนและพฤษภาคม ทำให้เกิดการชะล้างสารอินทรีย์ น้ำทิ้งจากครัวเรือน ชุมชน ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมลงสู่หนองหารตั้งแต่ช่วงเข้าต้นฤดูฝน รวมทั้งการที่น้ำค่อนข้างขุ่นจากการชะล้างของตะกอนจากลำน้ำสาขาและแหล่งระบายน้ำ รวมทั้งการฟุ้งของตะกอนพื้นท้องน้ำในเขตพื้นที่ตื้นเมื่อมีฝนตกหนัก ทำให้แพลงก์ตอนพืชและพรรณไม้น้ำไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงและผลิตออกซิเจนออกมาได้
    พื้นที่ที่มีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำมากในหลายช่วงเวลาของการศึกษา ได้แก่ สถานี NH2 และสถานี NH4 ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหนองหาร ซึ่งค่าที่ตรวจวัดได้นี้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ (สถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ, 2530) ซึ่งกำหนดไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร ลักษณะที่พบในพื้นที่ศึกษา 2 สถานีได้แก่น้ำที่มีน้ำตาลอมเขียวและเกิดฟองก๊าซหนืด แตกตัวยาก ซึ่งแสดงถึงการมีปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำต่ำ (ภาพที่ 15) ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการทับถมของซากสารอินทรีย์และพรรณไม้น้ำปริมาณมากและตะกอนฟุ้งกระจายจากพื้นท้องน้ำได้ง่ายในเขตที่มีน้ำตื้น ทำให้ออกซิเจนลดต่ำลงมาก
ลักษณะของมวลน้ำที่มีสีน้ำตาล เกิดฟองก๊าซหนืด แสดงถึงปัญหาออกซิเจนละลายน้ำที่ต่ำมาก ในสถานี NH2 เดือนมิถุนายน 2559